วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ปูนซีเมนต์กับการประยุกต์ใช้งาน1





ปูนซีเมนต์กับการประยุกต์ใช้งาน


ปัจจุบันมีการนำปูนซีเมนต์มาใช้งานก่อสร้างกันอย่างกว้างขวาง โดยสามารถแบ่งประเภทของการใช้งานเป็น 2 ประเภทใหญ่ฯคือ
  1. การใช้ปูนซีเมนต์ในงานมอร์ต้า

  2. การใช้ปูนซีเมนต์ในงานคอนกรีต

สำหรับเรื่องนี้เราจะพูดถึงการใช้งานในหัวข้อแรกกันก่อนคือ

1. การใช้ปูนซีเมนต์ในงานมอร์ต้า ได้แก่งานก่อและงานฉาบ เป็นต้น

  • ปูนก่อ คือ ปูนซีเมนต์ที่ผสมกับทรายหยาบ และน้ำ ตามอัตราส่วน เพื่อใช้ในการก่อผนัง โดยทำหน้าที่เป็นตัวยึดเกาะกับวัสดุที่ใช้ก่อ และช่วยรับน้ำหยักของผนังที่ก่อ ปูนก่อที่ดีจะต้องมีคุณสมบัติ เหนียว แห้งเร็ว

ปูนก่อที่เหนียว จะทำให้วัสดุที่ใช้ก่อผนังยึดติดกันดี

ปูนก่อที่แห้งเร็ว จะทำให้สามารถรับน้ำหนักของผนังได้เร็ว

ส่วนผสมของปูนก่อ ใช้ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน : ทราย 3 ส่วน

การผสม ผสมปูนซีเมนต์กับทรายตามอัตราส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากันจนทั่วแล้วเติมน้ำลงไปให้ส่วนผสมข้นเหลวพอดี ไม่ควรผสมน้ำจนปูนก่อเหลวเกินไป เพราะว่าปูนก่อจะรับน้ำหนักวัสดุที่ก่อไม่ได้ ซึ่งจะทำให้ปูนก่อทะลักอกมาจากวัสดุที่ก่อ

ปัญหาที่พบบ่อยในงานก่อ คือ ปูนก่อไม่แข็งแรงและแตกร่วนได้ง่าย มักเกิดจากอิฐที่ใช้ก่อดูดน้ำจากปูนก่อมากเกินไป เนื่องจากไม่ได้นำอิฐที่จะใช้ก่อไปชุบน้ำก่อน ทำให้อัตราการคายน้ำของปูนสูงมีผลทำให้ปูนแตกร้าวได้

การแก้ไข คือ ก่อนทำการก่ออิฐ ควรนำอิฐไปชุบน้ำก่อน ให้มีความชื้นอิ่มตัวก่อน จึงค่อยทำการก่ออิฐ

  • ปูนฉาบ คือ ปูนซีเมนต์ที่ผสมกับทรายละเอียด ปูนขาวหรือน้ำยาช่วยฉาบ และน้ำตามอัตราส่วน เพื่อใช้ในการฉาบผนัง ทำให้เกิดความเรียบและดูสวยงาม

ปูนฉาบที่ดี จะต้องมีคุณสมบัติ เหนียว เหลวลื่น และแห้งตัวช้า

ปูนฉาบที่เหนียว จะช่วยให้ยึดเกาะผนังได้ดี

ปูนฉาบที่เหลวลื่น จะช่วยให้การทำงานง่าย

ปูนฉาบที่แห้งเร็ว จะช่วยให้ทันต่อการทำงาน

การฉาบปูนจะแบ่งตามลักษณะของงาน คือ งานปราณีต งานปานกลาง และงานทั่วไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของงานนั้นฯ โดยทั่วไป ช่างจะฉาบปูนในลักษณะของงานทั่วไปคือ ลงปูนจืดครั้งเดียวแล้วตีน้ำเลย เพราะประหยัดค่าใช้จ่าย และแรงงาน

ปัญหาที่พบบ่อยในงานฉาบ คือ การแตกร้าวหลังจากที่ฉาบเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 อาทิตย์

  • การแตกลายงา เกิดจาก ปูนฉาบยังไม่แห้งแล้วไปตีน้ำ หรือการตีน้ำเร็วไป การแก้ไข ตีน้ำตอนปูนฉาบแห้งหมาดฯ
  • การแตกเป็นชั้น เกิดจาก ส่วนผสมเหลว และฉาบปูนหนาเกินไป ทำให้ปูนฉาบย้อยลงมา เนื่องจากน้ำหนักของปูฉาบเอง การแก้ไข ไม่ควรผสมปูนฉาบจนเหลวเกินไป และการฉาบไม่ควรฉาบหนาเกิน 1.5 ซม.
  • การแตกเป็นสามแฉก เกิดจาก การหดตัวของปูนฉาบ เพราะสูญเสียน้ำไปเนื่องจากผนังที่ฉาบปูนแห้ง เพราะไม่ได้ลดน้ำ เมื่อฉาบปูนลงไป ผนังจะดูดน้ำจากปูนฉาบทันที การป้องกัน ราดน้ำผนังที่จะฉาบก่อนลงมือฉาบปูน
  • ฉาบแล้วหลุดร่อน เกิดจาก การเตรียมพื้นผิวไม่ดี หรือฉาบปูนหนาเกินไป การป้องกัน การเตรียมพื้นผิวให้ถูกต้องตามวิธีการ และฉาบปูนเป็นชั้นฯ หนาชั้นละไม่เกิน 1.5 ซม.



...................................................................











ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น