วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552

กรรมวิธีการผลิตปูนซีเมนต์



ปูนซีเมนต์,กรรมวิธีการผลิตปูนซีเมนต์

กรรมวิธีในการผลิตปูนซีเมนต์ ในปัจจุบันมี 2 วิธี คือ


1. กรรมวิธีแบบเผาเปียก ( wet process ) เหมาะสำหรับวัตถุดิบที่มีความชื้นสูง เช่นดินเหนียว โดยนำมาผสมกับน้ำให้เป็นเนื้อเดียวกัน และนำไปเผาในขณะที่เปียก วิธีนี้จะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมาก เนื่องจากต้องใช้ความร้อนในการอบไล่น้ำ ซึ่งมีปริมาณมากเสียก่อน ไม่นิยมใช้ในปัจจุบัน



2. กรรมวิธีแบบเผาแห้ง ( dry process ) เหมาะสำหรับวัตถุดิบที่มีความชื้นต่ำ เช่นแร่เหล็ก ,หินปูน ,หินเชล นำมาบดรวมกันในอัตราส่วนที่เหมาะสม แล้วนำไปเผาในลักษณะที่เป็นฝุ่นแห้ง วิธีนี้จะใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่าแบบเผาเปียก และเป็นวิธีที่ทันสมัยที่สุด ในปัจจุบัน ซึ่งมีขั้นตอนในการผลิตดังนี้

วัตถุดิบที่เป็นหินปูน จะถูกระเบิดจากภูเขา และนำมาย่อยโดยใช้เครื่องย่อย ( Primary crusher ) ให้มีขนาดเล็กลง เพื่อนำไปกองวัตถุดิบ ( Stock pile ) ส่วนหินเชลหรือดินเชลและแร่เหล็ก จะถูกลำเลียงมาย่อยและทำกองวัตถุดิบไว้เช่นกัน วัตถุดิบแต่ละชนิดจะถูกตัดมาใช้จากกองวัตถุดิบแต่ละอย่าง เพื่องส่งเข้าสู่ยุ้งเก็บวัตถุดิบ ( Raw material silos ) โดยวัตถุดิบจากกองวัตถุดิบจากยุ้งจะถูกส่งเข้าหม้อบดวัตถุดิบ ( Raw mill ) ที่เป็นแบบ Vertical mill โดยใช้อัตราส่วนของวัตถุดิบแต่ละชนิดตามที่คำนวณไว้ ( Mixed design ) และใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมในการปรับเปลี่ยนอัตราส่วนผสม วัตถุดิบที่ผ่านการบดจนละเอียดเป็นฝุ่นผง ( Raw meal ) จะถูกแยกส่วนโดยใช้เครื่องแยกส่วน ( Separator ) ส่วนที่ละเอียดจะถูกเก็บไว้ในไซโลผสมวัตถุดิบ ( Blending silos ) ส่วนที่หยาบจะถูกส่งกลับไปที่หม้อบด เพื่อทำการบดละเอียดอีกครั้งหนึ่ง รอมีลเมื่อเต็มไซโลจะเริ่มใช้ลมเป่าเพื่อให้ส่วนผสมสม่ำเสมอเข้ากัน และถูกต้องตามคุณสมบัติที่ต้องการ เตรียมพร้อมที่จะส่งเข้าหม้อเผา ( Kiln ) รอมีลที่ผ่านการผสม ( Raw meal ) จะส่งไปที่หออบความร้อน ( Preheater ) จะใช้อุ่น Raw meal เพื่อไล่ความชื้นในวัตถุดิบ และให้เกิดการสลายตัวของ CaCO3 ที่ Cyclone preheater เป็น CaO ประมาณ 80 - 90 % ที่อุณหภูมิประมาณ 900 - 1200 องศาเซลเซียส

วัตถุดิบ ( Kiln feed ) จะถูกส่งเข้หม้อเผา ที่เป็นเตาเผาแบบหมุน ( Rotary kiln ) เป็นเหล็กกล้ารูปทรงกระบอกภายในบุด้วยอิฐทนไฟ หมุนรอบตัวเองอย่างช้าฯ ประมาณ 3 รอบต่อนาที ความลาดเอียง 3.5 %
วัตถุดิบจะเริ่มหลอมละลาย ตามอุณหภูมิที่สูงขึ้น จนกระทั่งที่อุณหภูมิ 1450 องศาเซลเซียส จะรวมตัวเกิดเป็นปูนเม็ด ( Clinker ) ปูนเม็ดที่ได้จะถูกทำให้เย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว โดยใช้ลมเย็นเป่าที่บริเวณห้องเย็นปูนเม็ด ( Cooler ) และการถูกทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็วมีผลทำให้ปูนเม็ด มีคุณภาพด้านกำลังดีขึ้น และบดได้งายขึ้นด้วย ส่วนลมร้อนที่ได้จากการถ่ายเทความร้อนของปูนเม็ดเองจะถูกนำกลับไปอุ่นวัตถุดิบที่ Preheater ต่อไป ปูนเม็ดที่เย็นตัวลงแล้ว จะถูกนำไปเก็บไว้ในไซโลเก็บปูนเม็ด ( Clinker silos ) และจะถูกนำไปบดในหม้อบดซีเมนต์ ( Cement mill ) โดยเติมยิปซัม ( Gypsum ) ลงไปผสมประมาณ 4 - 5 % เพื่อช่วยให้ปูนซีเมนต์แข็งตัวช้าลง ในเวลาที่เหมาะสมกับการใช้งาน และบดให้มีความละเอียดตามมาตรฐานที่กำหนด

ในกรณีของปูนซีเมนต์ผสม ( Mixed Cement ) จะมีการผสมสารเฉื่อย เช่น ทราย ,หินปูน ฯ ลงในการบดโดยผสมตามอัตราส่วนที่ควบคุมไว้ ปูนซีเมนต์ที่ผ่านการบดจะมีการตรวจสอบคุณภาพ และ ถูกทำให้เย็นตัวลง ดดยผ่านเครื่องทำให้เย็น ( Cement cooler ) แล้วจึงลำเลียงไปเก็บไว้ในไซโลปูนผง ( Cement silos ) ที่มีผนังปิดมิดชิดป้องกันความชื้นได้เป็นอย่งดี เพื่อเตรียมส่งจำหน่ายต่อไป โดยในการจำหน่ายปูนซีเมนต์นี้ จะมีอยู่ 2 แบบ คือ จำหน่ายเป็นปูนซีเมนต์ถุงฯละ 50 กก. และจำหน่ายเป็นปูนซีเมนต์ผง


New">









....................................................................................

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552

ปูนซีเมนต์,ความหมายและองค์ประกอบพื้นฐานของซีเมนต์



ปูนซีเมนต์,ความหมายของคำว่าซีเมนต์

ซีเมนต์ หมายถึง สารที่สามารถยึดหรือเป็นตัวประสานของแข็งให้ติดเป็นเนื้อเดียวกัน และสามารถก่อตัวหรือแข็งตัวในน้ำได้ โดยอาศัยปฏิกริยาระหว่างน้ำกับองค์ประกอบของปูนซีเมนต์ จึงเรียกซีเมนต์ดังกล่าวว่า ไฮดรอลิคซีเมนต์ ( Hydraulic cement )


ปูนซีเมนต์,องค์ประกอบพื้นฐานของซีเมนต์

ซีเมนต์ประกอบด้วยสารประกอบพื้นฐานที่สำคัญ 4 ชนิด คือ CaO ,SiO2 ,Al2O3 และ Fe2O3 ในสัดส่วนที่พอเหมาะ แต่เนื่องจากไม่สามารถหาวัตถุดิบที่มีสารประกอบดังกล่าวในสัดส่วนที่เหมาะสมได้ จึงจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบมากกว่าหนึ่งชนิด มาผสมรวมกันในปริมาณที่ต่างกันเพื่อให้ได้สัดส่วนรวมของออกไซด์ตามที่ต้องการ

องค์ประกอบทางเคมีของปูนเม็ด
Constituent -----> Range and limit in Clinker ( % )
CaO -----> 63 - 67
MgO -----> 5 - 6 ( Max )
SiO2 -----> 21 - 24
Al2O3 -----> 4 - 7
Fe2O3 -----> 2 - 4
Na2O+K2O -----> 1.2
SO3 -----> 1.5
P2O5 -----> 0.5 ( Max )
Mn2O3 -----> 4.0 ( Max )
TiO2 -----> 2.0 ( Max )



วัตถุดิบที่ถูกนำมาใช้ในขบวนการผลิตปูนซีเมนต์ ได้แก่



  1. หินปูน จัดเป็นวัตถุดิบที่ให้ แคลเซียมคาร์บอเนต ( CaCO3 )

  2. หินเชล หรือ หินดินดาน จัดเป็นวัตถุดิบที่ให้ ซิลิกาไดออกไซด์ ( SiO2 )

  3. แร่เหล็ก จัดเป็นวัตถุดิบที่ให้ เฟอริคออกไซด์ ( Fe2O3 )

สารประกอบดังกล่างเมื่อถูกเผาที่อุณหภูมิสูงประมาณ 1450 องศาเซลเซียส จะเกิดปฏิกริยาการหลอมและรวมตัวกัน เกิดเป็นสารประกอบชนิดใหม่ที่ให้คุณสมบัติในด้าน Hydraulic ดังนี้



  1. C3S ( Alite ) หรือ Tricalcium Silicate

  2. C2S ( Blite ) หรือ Dicalcium Silicate

  3. C3A หรือ Tricalcium Aluminate

  4. C4AF หรือ Tetracalcium Aluminoferite

..........................................................................................................